2007/Apr/18

준기씨~~ 생일축하합니다

행복하세요.

건강하세요.

비록 저가 너의생일파티 한국에 갈 수 없을지라도 생일축하합니다.

행복하기를 바랍니다.

너가 생일파티에 울었어요.

울지 마세요.

너의눈물가 자를 울하게 하다.

너는 저를 위해서 귀중합니다.

비록 우리는 안 만날지라도 언제까지나 용기를 줍나다.

Fighting!! I know you can ^^

We will wating foryou.

제 작은 고양이.... 사링합니다


จุนกิชี่~~ สุขสันต์วันเกิดค่ะ ~♡


ขอให้มีความสุขมากๆ

ขอให้สุขภาพแข็งแรง

แม้ว่าฉันจะไม่ได้เข้าร่วมงานปาร์ตี้วันเกิดของคุณที่เกาหลีก็ตาม แต่ก็สุขสันต์วันเกิดนะคะ

คุณร้องไห้ในงานวันเกิดด้วย

กรุณาอย่าร้องไห้เลยนะคะ

น้ำตาของคุณทำให้ฉันร้องไห้ไปด้วย

คุณคือสิ่งที่มีค่าที่สุดสำหรับฉัน

แม้ว่าเราจะไม่อาจได้เจอกัน แต่ฉันก็จะเป็นกำลังใจให้คุณเสมอนะคะ

สู้ๆ นะคะ ฉันรู้ว่าคุณทำได้

เรารอคอยวันที่จะได้พบเจอคุณค่ะ


วันนี้วันเกิดของจุนกิสุดที่รักค่ะ

แล้วก็เป็นวันเกิดของเวบไซต์ที่เกดและน้องๆ ทุ่มเทสร้างขึ้นมา

www.leejunkithaifamily.com

เราตั้งใจให้เวบเปิดวันนี้ จะได้มีวันเกิดในเดียวกันกับจุนกิ 555555555
ด้วยความรู้อันน้อยยิด (จริงๆ แล้วไม่มีเลยมากกว่า) เกี่ยวกับการทำเวบบอร์ด IPB ก็เล่นเอาหมดมึนไปเหมือนกัน

แต่วันนี้เซิร์ฟเวอร์ที่เกดไปใช้ เขาดันปิดเพื่อพัฒนาโปรแกรมมาตั้งแต่ตอนบ่ายๆ
ทำเอาเซ็งไปเลยเหมือนกันค่ะ เปิดบ้านวันแรกซะด้วยสิ ฮือๆๆ
แถมส่งเทียบเชิญไปให้แฟนๆ ที่ เกาหลี ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ให้เข้ามาเยี่ยมชมกัน
เขาคงงงแน่ๆ ที่เข้าบ้านไมได้

อยากจะบ้าตาย.....

ช่วงเดือนกว่าๆ ทีผ่านมา นอนดึกแทบทุกคืนเลยค่ะ ไม่เคยมีคืนไหนเลยที่ได้นอนก่อน ตี 2

บางคืนทำเพลิน แปลข้อความเพลินไปหน่อย รู้ตัวอีกทีก็ ตี 4 เข้าไปแล้ว ปิดคอมแทบไม่ทันแน่ะค่ะ (มิน่าทำไมมันง่วงๆ 5555)

ช่วงนี้คงต้องพยายามพักผ่อนให้มากขึ้นอีกนิด ไม่งั้นจะกลายเป็นแพนด้านามาชะแบบไม่รู้ตัวแน่ๆ เลยค่ะ



ลูกเกด
17 เม.ย. 2550

2007/Jan/17

한마디만... - 이준기

One Word... - Lee Jun Ki





널 스친 바람 날 스칠텐데...
널 비춘 햇살 날 비출텐데
너와 난 같은 세상 속에서
다른 세상을 사나봐...

너무 보고 싶어서 자꾸 허는 가슴이
너없는 내 모습이 참 가여워
자고 나면 빚처럼 불어난 그리움
미칠듯이 널 찾고 있는데...

한마디만 널 사랑한다고....
한마디만 돌아와 달라고
가슴에 찬 말보다 먼저 눈물이 흘러
한마디도 못한 채 널 놓쳐가나봐....

곪아서 터져 나오는 사랑...
더 숨을 곳도 없나봐....

이별엔 참 게을러 널 보내잔 다짐도
언제나 내일로 미뤄지잖니
내 시계는 멈춰도 넌 떠나가는걸
알면서도 널 기다리잖아...

한마디만 널 사랑한다고....
한마디만 돌아와 달라고
가슴에 찬 말보다 먼저 눈물이 흘러
한마디도 못한 채 널 놓쳐가나봐....

하지 못한 말보다 더 가슴 아픈 건
너에게 꼭 듣고 싶은데
끝내 내가 듣지 못한 말...

한마디만 날 사랑했다고...
한마디만 행복했었다고
후회가 또 후회 돼 미련이 미련이 돼
어떻게 널 잊겠니 니가 날 잊어도....

-------------------------------------------------

เพียงคำเดียวเท่านั้นที่อยากจะบอก...
ฉันรักคุณ
เพียงคำเดียว....

สายลมที่สัมผัสคุณอย่างแผ่วเบา
ก็โอบกอดและสัมผัสฉัน....
แสงตะวันที่ทาบทอบนผิวกายของคุณ
ก็สาดแสงมายังฉัน....
แม้ฉันและคุณจะอยู่บนโลกใบเดียวกัน
แต่เรากลับมีชีวิตที่แตกต่างกัน...

ฉันคิดถึงคุณด้วยหัวใจที่ปวดร้าว
เมื่อขาดคุณ ฉันรู้สึกอ้างว้าง
ยังคงถวิลหาเมื่อลืมตาตื่น
ดุจดั่งหยดน้ำหลังฝนพรำ
ฉันแทบจะบ้า เฝ้ามองหาเพียงแต่คุณ

ขอเพียงได้บอกคำเดียว
ว่า ฉันรักคุณ
เพียงคำเดียวเท่านั้น....
ได้โปรดเถิด...โปรดกลับมาหาฉัน

หยาดน้ำตาไหลรินเป็นทาง
แทนคำพูดในหัวใจ
หากฉันต้องเสียคุณไป คงจะไม่มีคำพูดใดอีกแล้ว

ถ้ารักนี้ต้องแหลกสลาย
หัวใจของฉันคงไร้ที่พักพิง
ไม่อยากเอ่ยคำอำลา เพื่อให้คุณไปจากฉัน
จะไม่บอกออกไปจนกว่าจะถึงวันพรุ่งนี้
ฉันรู้ดีว่า ถึงเวลาจะหยุดหมุน คุณก็จะไปจากฉัน
แต่ฉันก็จะรอคุณอยู่ตรงนี้ตราบนานเท่านาน

ขอเพียงได้บอกคำเดียว
ว่า ฉันรักคุณ
เพียงคำเดียวเท่านั้น...
ได้โปรดเถิด...โปรดกลับมาหาฉัน
หยาดน้ำตาไหลรินเป็นทาง
แทนคำพูดในหัวใจ
หากฉันต้องเสียคุณไป คงจะไม่มีคำพูดใดอีกแล้ว

ฉันเจ็บปวดจนไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้
แต่สิ่งที่เจ็บปวดยิ่งกว่า..คือฉันไม่ได้ยินคำนั้นจากคุณจนกระทั่งตอนนี้

ขอเพียงคำเดียว ว่าคุณก็รักฉัน
ขอเพียงคำเดียว ว่าคุณก็มีความสุขเมื่ออยู่ใกล้ฉัน
ฉันยังคงรอฟังด้วยความปวดร้าวอยู่ตรงนี้
...ทำอย่างไรฉันถึงจะลืมคุณได้ ทั้งๆ ที่คุณลืมฉันไปแล้วจนหมดสิ้นจากหัวใจ...





คำแปล : Korean > English by :Lucky.Se7en(From Kpoper)
English > Thai by :
Mongfah (Me)









2006/Nov/15

** เนื้อหาขอ Blog ในวันนี้เป็นการ Spoil หนังเรื่อง King and The Clown ค่ะ**

user posted image

King and The Clown

ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นหนังพีเรียดอีกเรื่องของเกาหลีที่ทำเงินมหาศาลเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมาค่ะ
"กงกิล" และ "จางซัง" เป็นนักแสดงละครเร่ ในเมืองแห่งหนึ่งของเกาหลีใต้เมื่อประมาณปี 1500 ในรัชสมัยของ "พระเจ้ายอนซาน" แห่งราชวงศ์โชซัน
เมื่อจางซังทนความกดขี่ของหัวหน้าคณะเก่า ที่บีบบังคับให้กงกิลเพื่อนรัก(หรือคนรัก??) หนุ่มหน้าสวยและรูปร่างอรชรอ้อนแอ้นของเขาพลีเรือนร่างให้กับขุนนางชั้นสูงไม่ได้
เขาจึงบุกเข้าชิงตัวกงกิลในกลางดึกคืนหนึ่ง ขณะที่หนุ่มน้อยกำลังจะตกเป็นเหยื่อความใคร่
ทั้ง 2 หนีรอดออกมาได้ แต่ไม่รอดพ้นจากเงื้อมมือของหัวคณะผู้เห็นแก่ได้
ขณะที่หัวหน้าคณะกำลังจะลงโทษจางซังด้วยการตีขาเพื่อให้ไม่สามารถหนีได้อีก กองกิลเห็นดังนั้นจึงเผลอทำร้ายหัวหน้าคณะจนถึงแก่ความตาย
ทั้งคู่จึงหลบหนีออกจากเมืองและมุ่งหน้าเข้าสู่กรุงโซล เพื่อเป็นนักแสดงที่ยิ่งใหญ่

user posted image

ที่กรุงโซลจางซังและกงกิลได้พบกับนักแสดงเจ้าถิ่นและร่วมแสดงด้วยกัน
ขณะนั้น มีข่าวคาวของ "ยอนซาน" กษัตริย์ผู้อื้ออ้าว กับนางสนมจนไม่สนใจในการปกครองบ้านเมือง
จางซังจึงหยิบเอาเรื่องนี้ขึ้นมาแสดงล้อเลียน และการแสดงชุดนี้ก็ทำเงินให้พวกเขาเป็นอย่างมาก
แล้วความสุขก็อยู่กับพวกเขาไม่นาน เพราะแม้ชาวบ้านจะชื่นชอบการแสดงมากมาย แต่มันกลับทำให้พวกเขาถูกจับในข้อหาลบหลู่เบื้องสูง ซึ่งมีโทษสูงสุดคือ...ประหารชีวิต

user posted image

แต่แล้วจางซังก็ต่อรองกับข้าหลวงที่เป็นผู้จับกุมพวกเขาว่า เขาขอแสดงให้พระเจ้ายอนซานทอดพระเนตรก่อน
และหากพระองค์พอพระทัยในการแสดงของพวกเขา พวกเขาจะพ้นโทษทันที
แต่เมื่อถึงเวลาแสดงเบื้องพระพักต์ เหล่าสมาชิกคนอื่นๆ ไม่สามารถเล่นได้ จึงทำให้การแสดงไม่ลื่นไหลอย่างที่เคยเป็นมา
เว้นก็แต่เพียงกงกิลผู้แสดงบทเป็นหญิง ที่เล่นได้สมจริงจนทำให้พระเจ้ายอนซานพอพระทัย
และนับตั้งแต่นั้น พระเจ้ายอนซานจึงรับคณะนักแสดงทั้งหมดเป็นตลกหลวง และให้อยู่ในพระราชวังตั้งแต่นั้นมา

user posted image

นักแสดงทั้งหลายได้รับการเลี้ยงดูอย่างดี โดยที่กงกิลกลายเป็นคนโปรดของพระเจ้ายอนซาน และถูกเรียกหาเป็นการส่วนตัวทุกคืน
และการได้เข้าเฝ้ารับใช้ทุกค่ำคืนนี่เอง ทำให้กงกิลได้เข้าใจจิตใจที่ซ่อนไว้ของพระเจ้ายอนซาน

user posted image

ในขณะที่การแสดงกำลังดำเนินไปอย่างสนุกสนานทุกเมื่อเชื่อวัน ทางคณะแสดงได้รับคำแนะนำจากข้าหลวงผู้ภักดีแก่ราชวงศ์ให้ลองเล่นละครล้อเลียนเหล่าขุนนางดูบ้าง
และเมื่อการแสดงที่เรียกเสียงหัวเราะของพระเจ้ายอนซาน กลายเป็นละครเปิดโปงการทุจริตของข้าราชการ จึงทำให้ทุกครั้งที่จบการแสดงจะต้องสังเวยด้วยชีวิต 1 ชีวิต

จนกระทั่งวันหนึ่ง ท่านข้าหลวงได้มอบหมายให้จางซังและกงกิลแสดงในเรื่องปมที่แท้จริงของการประหารพระมารดาของพระเจ้ายอนซาน
ความเจ็บปวดและเศร้าเสียใจจากการรับรู้ความจริงที่ปิดบังมานาน ทำให้พระองค์ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้
จึงลงมือสังหารนางสนมผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการลงโทษในอดีตครั้งนั้นด้วยพระองค์เอง
และเป็นผลให้พระพันปีผู้สั่งสังหารมารดาของพระองค์สิ้นพระชนม์ในคืนวันนั้นเอง

เมื่อจบการแสดงชุดนั้น จางซังได้ตัดสินใจออกจากพระราชวังเพื่อกลับไปเป็นนักแสดงเร่รอนดังเช่นแต่ก่อน
แต่กงกิลกลับรู้สึกสงสารและเห็นใจพระเจ้ายอนซานกษัตริย์ผู้เดียวดายจึงอยากอยู่ต่อ
และจากที่เป็นเพียงตัวโปรดของพระองค์ พระเจ้ายอนซานได้ยกฐานะให้กงกิลมีบรรดาศักดิ์ในพระราชวังพร้อมชุดประจำตำแหน่ง

นั่นจึงทำให้พระมเหสี "น็อกซู" ไม่พอพระทัยเป็นอย่างมาก จึงร่วมกันคิดอุบายกับเหล่าขุนนางที่ไม่พอใจในการเล่นละครเปิดโปงพวกตน กำจัดกงกิลออกไปให้พ้นทาง โดยยัดเยียดข้อหากบฎให้

user posted image

ทั้งๆ ที่รู้ว่ากงกิลเป็นผู้บริสุทธิ์ แต่ด้วยความรักจางซังจึงออกหน้ารับความผิดนั้นไว้แต่เพียงผู้เดียว
ซึ่งนั่นทำให้กงกิลเสียใจเป็นอย่างมาก จนกรีดข้อมือของตนเองขณะแสดงหุ่นมือให้กับพระเจ้ายอนซานดูในค่ำคืนนั้นเอง

ท้ายที่สุด ในวันสุดท้ายของรัชสมัยพระเจ้ายอนซาน
จางซังผู้ต้องโทษทัณฑ์จนตาบอดทั้ง 2 ข้าง ได้ออกมาแสดงบนเส้นเชือกครั้งสุดท้าย โดยมีกงกิลร่วมแสดงด้วย
และในขณะที่กำลังแสดงให้พระเจ้ายอนซานและพระมเหสีน็อกซูทอดพระเนตรอยู่นั่นเอง
ได้เกิดการก่อปฏิวัติยึดอำนาจพระมหากษัตริย์จากเหล่าขุนนางขึ้นรอบพระราชวัง
คนทั้งคู่ จางซังและกงกิลฝันที่จะมีชีวิตสงบสุข เป็นเพียงนักแสดงเร่ที่อิสระร่วมกับเพื่อนๆ ของพวกเขา

user posted image

ส่วนพระเจ้ายอนซานและพระนางน็อกซู รอคอยจุดจบสุดท้ายของชีวิตตนด้วยการทอดพระเนตรการแสดงชุดสุดท้ายนั่นเอง

: Credit :
popcornfor2.com: รูปภาพ
มองฟ้า : เนื้อหา


ด้วยความอนุเคราะห์จากน้องที่ทำงาน ทำให้ได้ดูเรื่องนี้ 2 รอบค่ะ (และคาดว่าจะมีรอบอื่นๆ ต่อไปอีก)

ติดใจใบหน้าของหนุ่มคนนี้ค่ะ
"Lee Jun Ki" ที่เล่นเป็นกงกิล
(ผู้ชายอะไรก็ไม่รู้ สวยจนผู้หญิงยังต้งอาย)

ทั้งเนื้อเรื่อง และการแสดงของนักแสดงทุกคน ไม่สงสัยเลยว่าทำไมเรื่องนี้ถึงได้กลายเป็นภาพยนตร์ทำเงินอันดับ 1 ของเกาหลีเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา
แต่ตามประวัติศาสตร์จริง เท่าที่อ่านเจอจากเวบต่างๆ (ขอโทษด้วยค่ะ จำไม่ได้แล้วว่าอ่านจากเวบไหน) พระเจ้ายอนซานนั้นถูกเนรเทศออกนอกเมืองไปค่ะ ไม่ได้ถูกสังหารในวัง
ส่วนเรื่องของคณะตลกหลวง กงกิลและจางซังนั้น ไม่ปรากฎในประวัติศาสตร์ค่ะ (อาจจะมีแต่เกดยังไม่เจอนะคะ ข้อมูลอาจจะคลาดเคลื่อน ต้องขอภัย)

ในส่วนตัว เกดว่าคนที่น่าสงสารที่สุดในเรื่องนี้กลับกลายเป็นพระเจ้ายอนซาน
เพราะเสด็จแม่ของพระองค์ถูกโทษประหารอย่างไม่เป็นธรรม ทำให้พระองค์โหยหาความรักและความเข้าใจ
สังเกตได้จากฉากที่พระองค์อยู่กับพระมเหสีน็อกซู พระองค์จะมีอากัปกิริยาคล้ายเด็กที่โหยหาความรักจากแม่ในบางครั้ง
กงกิลเองก็คงจะเห็นพระองค์ในจุดนี้ จึงทิ้งพระองค์ออกไปอยู่นอกวังพร้อมกับจางซังไม่ได้
และนั่นเองเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้เกิดโศกนาฏกรรมต่อมา

ได้ข่าวแว่วๆ มาว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้กำลังจะลงโรงบ้านเราปลายปีนี้ค่ะ
ถ้ามาจริงๆ ไม่รู้จะถูกตัดออกไปบ้างหรือเปล่า
แต่ถ้าใครคาดหวังเรื่อง Y จากหนังเรื่องนี้ คงจะมีผิดหวังเล็กๆ ค่ะ
เพราะในเนื้อเรื่องไม่ได้แสดงอย่างโจ่งแจ้งว่า จางซังและกงกิลเป็นคู่รักกัน
และพระเจ้ายอนซานก็เพียงแต่หลงไหลในใบหน้าอันสวยงามของกงกิลเท่านั้นเอง
เป็นอีกเรื่องที่น่าติดตามดูค่ะ