2008/Dec/19

เมื่อวันอังคารไปเริงร่าอยู่ที่โรงละครเมืองไทยรัชดาลัยเธียร์เตอร์ค่ะ
พอได้ข่าวว่าจะมีละคร Broadway มาเล่นที่บ้านเรา คอละครเวทีโดยเฉพาะ The Musical แบบเกดมีหรือจะยอมพลาดเรื่อง "Cinderella The Musical"
แล้วยิ่งงานนี้นักแสดงนำคือ Lea Salonga นักแสดง Broadway ชาวเอเชียที่ไปสร้างชื่อเสียงระดับโลก แถมยังกวาดรางวัลมาอีกมากมาย มาแสดงเองทั้งที งานนี้พลาดไม่ได้อย่างเด็ดขาดค่ะ
(ว่างๆ จะเล่าเรื่องของ Lea Salonga อีกทีนะคะ ไปชมการแสดงสดมาเต็มๆ หลงรักสมัครตัวเป็นแฟนคลับเข้าให้อีกคนเสียแล้วสิ)

ครั้งนี้เป็นครั้งแรกค่ะที่ได้ดูละคร Broadway แบบสดๆ โดยไม่ต้องบินไปดูไกลถึงเมืองนอกเมืองนา
(ตอนเรื่อง CATS นี่พลาดไปค่ะ ไม่ได้ดู เสียดายมากกกก)
ได้เห็นเต็มๆ สองตา ได้ยินเต็มๆ สองหู ว่านักแสดงระดับโลก Production ระดับ Broadway มันสุดยอดอย่างนี้นี่เอง


ข้อความด้านล่างต่อไปนี้ Spoil เต็มๆ อีกแล้วค่ะ
ถ้าใครตั้งใจจะไปดูโดยไม่อยากรู้เรื่องก่อนว่าบนเวทีเกิดอะไรขึ้น แนะนำให้ข้ามไดอารี่หน้านี้ไปได้เลยเช่นเดิมนะคะ ^_^
และเหมือนเดิมค่ะ ด้วยมนตร์เสน่ห์ของละครเวที แม้จะรู้เรื่องราว รู้เทคนิคต่างๆ แล้วก็ตาม ก็ไม่อาจทำให้อรรถรสการดูนั้นลดลงได้เลยค่ะ
นี่ล่ะ Magical of The Play ล่ะ

 

 

ฉากแรกเริ่มด้วยเสียงหวานๆ ของ Lea Salonga ในเพลง "The Sweetest Sound" ประชันกับ Fairy Godmother ที่นำแสดงโดย Charlie Parker
ขอบอกว่าชอบนักแสดงท่านนี้มากค่ะ เป็นตัวเพิ่มสีสันและขโมยซีนได้อยู่หมัดทีเดียว
ทุกๆ ฉากที่เธอออกมานั้น ละสายตาไม่ได้เลย และจะต้องเรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะจากคนดูได้เสมอ
(เป็นจอมขโมยซีนแบบเนียนๆ อารมณ์ประมาณพี่เหมี่ยว-ปวัณรัตน์ ตอนเล่นเรื่อง "ทวิภพ The Musical" อย่างไรอย่างนั้นเลยค่ะ)

การเปลี่ยนฉากรวดเร็วมาก และดูกลมกลืนโดยที่เราไม่ทันรู้สึก
จากฉากห้องนอนของ Cinderella ไปสู่ฉากถนนในเมืองที่มีการประกาศเชิญสาวๆ ทั้งหลายไปร่วมงานเต้นรำของเจ้าชาย
และกลับมาสู่ฉากในบ้านของ Cinderella ทุกฉากลื่นไหลเหลือเกิน
(แต่ตรงนี้เอง Production ของคุณบอยก็ทำออกได้ดีไม่แพ้กันเสียเท่าไหร่ค่ะ งานของไทยเราก็ระดับ Broadway เหมือนกันนะเนี่ย)

ที่ประทับใจมากคือการเปลี่ยนชุดของ Cinderlla นี่ล่ะค่ะ
จากชุดสาวใช้ก้นครัวเป็นชุดราตรีสวยงามดั่งเจ้าหญิงได้ในพริบตาเดียว ประหนึ่งมีมีเวทมนตร์จริงๆ
ทั้งชุด เครื่องประดับ ทรงผม ที่เปลี่ยน Cinderlla ให้กลายเป็นคนละคน หมุนตัวไปหลังรถม้าฟักทองไม่ถึง 5 วินาทีเท่านั้นเอง
และเมื่อถึงเวลาเวทมนตร์เริ่มคลายเมื่อเวลาเที่ยงคืนมาถึง
จากชุดเจ้าหญิงก็ค่อยเปลี่ยนกลับไปเป็นชุดสาวใช้ แบบที่เรียกว่า ค่อยๆ เปลี่ยนกันไปคาตา
ใช้เวลาไม่ถึงวินาทีเสียด้วยซ้ำค่ะ
ใครที่คาดหวังว่าจะได้เห็นการเปลี่ยนกลับไปเป็นชุดสาวใช้อย่างไรนี่ ได้เห็นสมใจแน่นอน และทำออกมาได้ดีเหลือเกิน
(ผ่านเสาแต่ละต้น ชุดก็ค่อยๆ เปลี่ยนกลับทีละส่วน เหมือนกับเวทมนตร์ที่ค่อยๆ สลายไปจริงๆ)

ชอบการให้สีในแต่ละฉากค่ะ สมเป็นละคร Fantasy Fairy Tale
อย่างฉากเต้นรำ ตัวละครอื่นๆ เป็นสีโทนแดงหมด
แน่นอนว่าทั้ง Cinderlla และเจ้าชายก็จะต้องเด่นสุดด้วยสีขาว
พอ Cinderlla มาถึงงานเลี้ยง ทุกๆ คนจะต้องตกตะลึงในความงาม
แต่ติดนิดเดียวค่ะที่ Cinderlla ของเราตัวเล็กเหลือเกิน ส่วนเจ้าชายก็สูงซ้าาาา มันเลยแอบขัดๆ นิดนึง

ฉากตอนที่เสกรถม้าฟักทองก็ชอบมากเช่นกันค่ะ
และตอนเดินทางไปยังปราสาทที่รถม้าจะค่อยๆ เล็กลงและกลายเป็นเพียงจุดแสงไฟเล็กๆ ที่มุ่งหน้าสู่ปราสาท ดูเนียนดีจังเลยค่ะ
เหมือนได้ยืนมองดู Cinderlla เดินทางไปงานเลี้ยงเต้นรำจริงๆ

 

 

มาว่ากันต่อเรื่องเพลงบ้าง (Lea Salonga มาทั้งที ไม่พูดถึงเรื่องนี้เลยได้อย่างไรกัน)
แม้ว่าจะเป็นละครเพลงที่เป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคที่จะทำให้ดื่มด่ำกับบทเพลงแต่อย่างไรค่ะ
และอาจจะเป็นละครที่ให้เด็กดูได้ ผู้ใหญ่ดูดี ความหมายต่างๆ ของเพลงจึงไม่ได้ซับซ้อนอะไร รวมไปถึงศัพท์ต่างๆ แม้จะมีศัพท์โบราณอยู่บ้าง แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคค่ะ
แล้วยิ่งเป็นบทเพลงดั้งเดิมที่ประพันธ์โดยเจ้าพ่อละครเพลง Richard Rodger+ Oscar Hammerstein ที่เป้ฯผู้ประพันธ์บทเพลงในเรื่อง "The Sound of Music" ด้วยแล้วเนี่ย การันตีเรื่องความเพราะและลื่นไหลกับเนื้อเรื่องได้เลย

ถ้าถามว่าชอบเพลงไหนมากที่สุดคงจะตอบได้ยากพอๆ กับตอนข้างหลังภาพค่ะ
ตั้งแต่เพลงแรก "The Sweetest Sound" กับเสียงหวานๆ ของ Lea salonga

"The Sweetest Sounds, I'll ever heard
Are still inside my head.
The Kindest Words I'll ever know
Are waiting to be said.
The most entrancing sight of all
Is yet for me to see.
And the dearest love in all the world
Is waiting somewhere for me.
Is waiting somewhere.... somewhere for me."


หรือเพลง "Prince Is Giving a Ball" ที่หมู่มวลร้องด้วยความสนุกสนาน แถมยังมีการแทรกมุกตลกเล็กๆ น้อยๆ ให้ได้หัวเราะ เข้าไปตลอดเพลง
หรือเพลงที่ Duet กับเจ้าชายอย่าง "Ten Minutes Ago" ก็โรแมนติกดีเหลือเกิน

ยิ่งเพลงที่ Lea ต้องร้องเป็น Monologue อย่างเพลง "In My Own Little Corner"
Lea เธอก็แสดงออกมาให้รู้สึกถึงความรู้สึกภายในจิตใจของ Cinderella ได้เป็นอย่างดี
และที่ชอบอีกอย่างสำหรับฉากนี้คือการใช้แสงและเงาในการสื่อความหมายจินตนาการของ Cinderella ค่ะ
(มีช่วงหนึ่งที่ Cinderella ร้องประมาณว่า "ฉันหลงทางเพียงลำพังกลางป่า โดยปราศจากอาวุธใดๆ ทันใดนั้นฉันก็ได้ประจันหน้ากับเจ้าสิงโตในถ้ำ....." มีการทำเงาเป็นรูปสิงโตตัวเมียเสียเหมือนเชียวค่ะ ชอบๆ)

ที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือเพลง "Impossible" ที่ Cinderella ประชันกับ Fairy Godmother
สนุกสนานมากค่ะเพลงนี้ ในช่วงแรก นางฟ้าแม่ทูนฟ้าจะต้องไม่ให้ Cinderella รู้ว่าตัวเองเป็นนางฟ้า
เลยบอก Cinderella ประมาณว่า
"เป็นไปไม่ได้หรอกที่จู่ๆ ฟักทองจะกลายเป็นรถม้าสีทอง หนูขาวที่เธอเลี้ยงไว้จะกลายเป็นยอดอาชาไนยขึ้นมาได้ แต่ก็ไม่แน่นะ เพราบนโลกนี้เต็มไปด้วยสิ่งต่างๆ ที่ไม่มีเหตุผลมากมาย เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ทั้งหลายน่ะ เกิดขึ้นได้ทุกๆ วันนั่นล่ะ..."
ทั้งเนื้อเพลง ดนตรี แล้วบวกดวยเทคนิคการร้องของนักแสดงทั้งคู่
ฉากนี้เลยเรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะได้ไม่ยากเลยล่ะค่ะ

ถ้าจะให้พูดถึงหรือวิจารณ์แบบละเอียดๆ คงจะกลายเป็นมหากาพย์ แบบเมื่อตอนข้างหลังภาพแน่นอน (ซึ่งจะว่าไป ตอนนี้ก็ยังวิจารณืไว้ไม่ครบ ไม่จบเสียทีค่ะ แหะ แหะ)
เอาเป็นว่าโดยรวมแล้วชอบมากกกกกก เลยค่ะ
เสียดายที่คราวนี้มีโอกาสได้ดูแค่รอบเดียวเอง
เพราะเสาร์-อาทิตย์นี้ติดสัมมนากับมีนัดกับท่านแม่เสียแล้ว วันธรรมดาก็ไม่สะดวกเอาซะเลย
เสียดายค่ะ เสียดายมากๆ ถ้าเวลา (และกระเป๋าสตางค์) เอื้ออำนวย ก็อยากจะดูทุกรอบเสียด้วยซ้ำไป
เพราะต่อให้ดูทุกรอบยังไงก็ยังถูกกว่าค่าตั๋วบินไปดูที่อเมริกาอยู่ดี 555+

ต้นปีหน้าก็จะมีละครบอรดเวย์มาให้เสียสตางค์กันอีกเรื่องค่ะ คือ "Chicago"
แต่เรื่องนี้เกดยังชั่งใจอยู่ เพราะไม่ใช่แนวเสียเท่าไหร่ แต่ก็มีแววที่จะต้องควักกระเป๋าล่ะค่ะ
อดใจกับเรื่องพวกนี้ไม่ค่อยได้เสียด้วยสิเรา
ทำไมต้องคลั่งไคล้ศาสตร์ทีมันแพงขนาดนี้ก็ไม่รู้นะคะเนี่ย 555+

 

 

edit @ 19 Dec 2008 18:38:48 by มองฟ้า

2007/Apr/18

준기씨~~ 생일축하합니다

행복하세요.

건강하세요.

비록 저가 너의생일파티 한국에 갈 수 없을지라도 생일축하합니다.

행복하기를 바랍니다.

너가 생일파티에 울었어요.

울지 마세요.

너의눈물가 자를 울하게 하다.

너는 저를 위해서 귀중합니다.

비록 우리는 안 만날지라도 언제까지나 용기를 줍나다.

Fighting!! I know you can ^^

We will wating foryou.

제 작은 고양이.... 사링합니다


จุนกิชี่~~ สุขสันต์วันเกิดค่ะ ~♡


ขอให้มีความสุขมากๆ

ขอให้สุขภาพแข็งแรง

แม้ว่าฉันจะไม่ได้เข้าร่วมงานปาร์ตี้วันเกิดของคุณที่เกาหลีก็ตาม แต่ก็สุขสันต์วันเกิดนะคะ

คุณร้องไห้ในงานวันเกิดด้วย

กรุณาอย่าร้องไห้เลยนะคะ

น้ำตาของคุณทำให้ฉันร้องไห้ไปด้วย

คุณคือสิ่งที่มีค่าที่สุดสำหรับฉัน

แม้ว่าเราจะไม่อาจได้เจอกัน แต่ฉันก็จะเป็นกำลังใจให้คุณเสมอนะคะ

สู้ๆ นะคะ ฉันรู้ว่าคุณทำได้

เรารอคอยวันที่จะได้พบเจอคุณค่ะ


วันนี้วันเกิดของจุนกิสุดที่รักค่ะ

แล้วก็เป็นวันเกิดของเวบไซต์ที่เกดและน้องๆ ทุ่มเทสร้างขึ้นมา

www.leejunkithaifamily.com

เราตั้งใจให้เวบเปิดวันนี้ จะได้มีวันเกิดในเดียวกันกับจุนกิ 555555555
ด้วยความรู้อันน้อยยิด (จริงๆ แล้วไม่มีเลยมากกว่า) เกี่ยวกับการทำเวบบอร์ด IPB ก็เล่นเอาหมดมึนไปเหมือนกัน

แต่วันนี้เซิร์ฟเวอร์ที่เกดไปใช้ เขาดันปิดเพื่อพัฒนาโปรแกรมมาตั้งแต่ตอนบ่ายๆ
ทำเอาเซ็งไปเลยเหมือนกันค่ะ เปิดบ้านวันแรกซะด้วยสิ ฮือๆๆ
แถมส่งเทียบเชิญไปให้แฟนๆ ที่ เกาหลี ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ให้เข้ามาเยี่ยมชมกัน
เขาคงงงแน่ๆ ที่เข้าบ้านไมได้

อยากจะบ้าตาย.....

ช่วงเดือนกว่าๆ ทีผ่านมา นอนดึกแทบทุกคืนเลยค่ะ ไม่เคยมีคืนไหนเลยที่ได้นอนก่อน ตี 2

บางคืนทำเพลิน แปลข้อความเพลินไปหน่อย รู้ตัวอีกทีก็ ตี 4 เข้าไปแล้ว ปิดคอมแทบไม่ทันแน่ะค่ะ (มิน่าทำไมมันง่วงๆ 5555)

ช่วงนี้คงต้องพยายามพักผ่อนให้มากขึ้นอีกนิด ไม่งั้นจะกลายเป็นแพนด้านามาชะแบบไม่รู้ตัวแน่ๆ เลยค่ะ



ลูกเกด
17 เม.ย. 2550

2007/Jan/17

한마디만... - 이준기

One Word... - Lee Jun Ki





널 스친 바람 날 스칠텐데...
널 비춘 햇살 날 비출텐데
너와 난 같은 세상 속에서
다른 세상을 사나봐...

너무 보고 싶어서 자꾸 허는 가슴이
너없는 내 모습이 참 가여워
자고 나면 빚처럼 불어난 그리움
미칠듯이 널 찾고 있는데...

한마디만 널 사랑한다고....
한마디만 돌아와 달라고
가슴에 찬 말보다 먼저 눈물이 흘러
한마디도 못한 채 널 놓쳐가나봐....

곪아서 터져 나오는 사랑...
더 숨을 곳도 없나봐....

이별엔 참 게을러 널 보내잔 다짐도
언제나 내일로 미뤄지잖니
내 시계는 멈춰도 넌 떠나가는걸
알면서도 널 기다리잖아...

한마디만 널 사랑한다고....
한마디만 돌아와 달라고
가슴에 찬 말보다 먼저 눈물이 흘러
한마디도 못한 채 널 놓쳐가나봐....

하지 못한 말보다 더 가슴 아픈 건
너에게 꼭 듣고 싶은데
끝내 내가 듣지 못한 말...

한마디만 날 사랑했다고...
한마디만 행복했었다고
후회가 또 후회 돼 미련이 미련이 돼
어떻게 널 잊겠니 니가 날 잊어도....

-------------------------------------------------

เพียงคำเดียวเท่านั้นที่อยากจะบอก...
ฉันรักคุณ
เพียงคำเดียว....

สายลมที่สัมผัสคุณอย่างแผ่วเบา
ก็โอบกอดและสัมผัสฉัน....
แสงตะวันที่ทาบทอบนผิวกายของคุณ
ก็สาดแสงมายังฉัน....
แม้ฉันและคุณจะอยู่บนโลกใบเดียวกัน
แต่เรากลับมีชีวิตที่แตกต่างกัน...

ฉันคิดถึงคุณด้วยหัวใจที่ปวดร้าว
เมื่อขาดคุณ ฉันรู้สึกอ้างว้าง
ยังคงถวิลหาเมื่อลืมตาตื่น
ดุจดั่งหยดน้ำหลังฝนพรำ
ฉันแทบจะบ้า เฝ้ามองหาเพียงแต่คุณ

ขอเพียงได้บอกคำเดียว
ว่า ฉันรักคุณ
เพียงคำเดียวเท่านั้น....
ได้โปรดเถิด...โปรดกลับมาหาฉัน

หยาดน้ำตาไหลรินเป็นทาง
แทนคำพูดในหัวใจ
หากฉันต้องเสียคุณไป คงจะไม่มีคำพูดใดอีกแล้ว

ถ้ารักนี้ต้องแหลกสลาย
หัวใจของฉันคงไร้ที่พักพิง
ไม่อยากเอ่ยคำอำลา เพื่อให้คุณไปจากฉัน
จะไม่บอกออกไปจนกว่าจะถึงวันพรุ่งนี้
ฉันรู้ดีว่า ถึงเวลาจะหยุดหมุน คุณก็จะไปจากฉัน
แต่ฉันก็จะรอคุณอยู่ตรงนี้ตราบนานเท่านาน

ขอเพียงได้บอกคำเดียว
ว่า ฉันรักคุณ
เพียงคำเดียวเท่านั้น...
ได้โปรดเถิด...โปรดกลับมาหาฉัน
หยาดน้ำตาไหลรินเป็นทาง
แทนคำพูดในหัวใจ
หากฉันต้องเสียคุณไป คงจะไม่มีคำพูดใดอีกแล้ว

ฉันเจ็บปวดจนไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้
แต่สิ่งที่เจ็บปวดยิ่งกว่า..คือฉันไม่ได้ยินคำนั้นจากคุณจนกระทั่งตอนนี้

ขอเพียงคำเดียว ว่าคุณก็รักฉัน
ขอเพียงคำเดียว ว่าคุณก็มีความสุขเมื่ออยู่ใกล้ฉัน
ฉันยังคงรอฟังด้วยความปวดร้าวอยู่ตรงนี้
...ทำอย่างไรฉันถึงจะลืมคุณได้ ทั้งๆ ที่คุณลืมฉันไปแล้วจนหมดสิ้นจากหัวใจ...





คำแปล : Korean > English by :Lucky.Se7en(From Kpoper)
English > Thai by :
Mongfah (Me)